ก่อนโรงเรียนจะเปิดทำอะไรกันบ้าง

การมีอาชีพแม่บ้านที่จะต้องเป็นทั้งเมียและแม่ ใช่ว่าจะแสนสบายหรือนั่งกินนอนกิน จริงอยู่ มันไม่ต้องออกไปตรากตรำทำงานนอกบ้าน แต่การจัดการทุกอย่างภายในบ้านนั้น มันก็เหนื่อยเอาการอยู่นะ ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน ความสะอาดและอีกสรรพเพเหระ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสถานการณ์โควิด 19 มาเยือน วิถีชีวิตก็จะต้องบริหารให้ดีทีเดียว ในกรณีที่คุณสามีและคุณลูกจำต้องอยู่แต่บ้าน ความวุ่นวายเล็กๆ ก็บังเกิด คนนี้จะเอาอย่างนั้น คนนั้นจะเอาอย่างนี้ ทำให้คุณเมียกับคุณแม่ในคนเดียวกันถึงกับมึนเลยเชียว และแล้ว ทันทีที่สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี คุณสามีไปทำงานได้ ความมึนก็ผ่อนเบาตามไปด้วย ถึงกระนั้น โรงเรียนยังไม่ได้เปิดเรียนนี่สิ คุณลูกจึงต้องอยู่กับบ้าน แล้วแม่อย่างเราจะหาอะไรมาช่วยรับมือลูกชายวัยเจ็ดขวบจอมเฮี้ยวดีล่ะ
ด้วยความที่มักจะขอความเห็นจากกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งต่างก็เป็นคุณแม่กันแล้ว คำแนะนำที่ดูเข้าท่าและทำได้ไม่ยากเย็น นั่นก็คือให้คุณลูก ‘ดูหนังฟรี’ มันดูได้ง่ายดายที่บ้าน แค่คลิ้กความบันเทิงก็บังเกิด แต่ถึงจะง่ายและดีก็ควรจะมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ชัดเจน เพราะการทำข้อตกลงกับจอมเฮี้ยวจะต้องมีมาตรการเข้มข้นรวมถึงทำให้ยินยอมโดยดีอย่างไม่มีข้อแม้ โดยใช้วิธีแบบเข้มผสมอ่อนโยน จากนั้นก็บอกกล่าวคุณสามี ซึ่งเห็นด้วย เมื่อพร้อมแล้วจึงเริ่มเปิดการเจรจา ฟังดูเหมือนจะซีเรียสนะ พูดกับลูกทำไมต้องเปิดการเจรจา คือจะต้องบอกก่อนว่า ครอบครัวเราอยู่กันแบบมีหลักเกณฑ์และมีเหตุผล ถึงจะเป็นพ่อเป็นแม่ แต่เราก็รับฟังความเห็นของลูก ให้เขามีสิทธิ์ออกความเห็น ว่ากันไปตามหลักเหตุผล แม้คุณลูกจะเฮี้ยวแสนซน แต่เขาเป็นคนมีเหตุผล เพราะแบบนี้เรื่องที่เราจะให้เขาทำ เราจึงควรจะพูดคุยกับเขา เพื่อให้เขายอมรับและยอมทำตามกฎเกณฑ์ โดยครั้งนี้คุณสามีมอบให้เราเป็นคนจัดการผู้เดียว การเจรจาได้ดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากพูดคุยเกี่ยวกับการอยู่บ้าน แล้วดูทีวี ดูแผ่นหนัง เล่นเกม มันซ้ำๆ หลายวันเป็นเดือน อยากจะทำอะไรใหม่ๆ บ้างหรือไม่ พอเจอคำถามแบบนี้ ลูกชายจอมเฮี้ยวก็ตอบสวนทันควันว่า ‘อยากครับ’ ได้ทีคุณแม่จึงสาธยายข้อกำหนดแบบอิงหลักเกณฑ์การแบ่งตารางเวลา ซึ่งให้ทำเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงจัดสรรให้ทุกอย่างลงตัวอย่างเฉลี่ยเท่าเทียมกันไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ดังนี้ เวลา 7.30 น. ตื่นนอน แล้วทำกิจธุระและทานอาหารเช้าให้แล้วเสร็จ จากนั้นเก็บกวาดห้องนอน เวลา 10.30 น. อ่านทบทวนบทเรียน เวลา 12,00 น. (เที่ยงวัน) ทานอาหารกลางวันและช่วยล้างจานชาม เวลา 13.30 น. ถึง 15.30 น. พักผ่อนดูหนังแผ่น หรือ ดูหนังฟรี ทางออนไลน์ (เลือกทำได้วันละหนึ่งอย่าง) จากนั้นพักทานของว่างครึ่งชั่วโมง เวลา 16.30 น. ถึง 17.30 เล่นเกม แล้วก็อาบน้ำและเตรียมตัวทานอาหารเย็นในเวลา 18.30 น. ทานมื้อค่ำเรียบร้อยก็ช่วยเก็บโต๊ะและล้านจานชาม เวลา 20.00 น. ดูทีวี เวลา 21.30 ถึง 22.00 น. สวดมนต์และเตรียมเข้านอน เมื่อได้พูดคุยและตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย วันรุ่งขึ้นก็เริ่มกิจกรรมใหม่ ซึ่งดูหน้าตาท่าทางเจ้าลูกชายจอมเฮี้ยวตื่นเต้นไม่น้อยเลย
ในที่สุดการพยายามจัดสรรให้ทุกอย่างลงตัวก็เป็นไปด้วยดี อย่างน้อยๆ ช่วงนี้เด็กจะได้เรียนรู้การปฏิบัติตนเป็นขั้นเป็นตอนอันมีความบันเทิงหลากหลายแทรกอยู่ ก่อนโรงเรียนจะเปิด แล้วเข้าโหมดการเรียนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถึงวันนั้นคนเป็นแม่ก็จะต้องปรับเปลี่ยนตารางใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ เพียงเท่านี้ ครอบครัวของเราก็จะสุขสันต์กันถ้วนหน้าแล้ว

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *